เกาะไผ่ ทะเลกระบี่
เกาะ ไผ่ เกาะงามอันไกลโพ้นของทะเลกระบี่ อยู่ห่างฝั่งกระบี่ประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางไปเกาะพีพีอยู่ก่อนถึงเกาะพีพีประมาณ 3 กิโลเมตร เกาะไผ่เป็นเขตอุทยาแห่งชาติ อยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
ลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็กตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทะเล ด้านหน้าเกาะมีชายหาดยาวตลอดแนวตั้งแต่หัวเกาะยังท้ายเกาะ น้ำทะเลที่นี่สีเขียวสวย หาดทรายขาวเนียนนุ่นสะอาดตา โลกใต้น้ำรอบๆ เกาะไผ่มีความสวยงามเหมาะกับการดำน้ำชมปะการัง มีปะการังหลากหลายกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง
จุด เด่น เกาะไผ่มีหาดทรายสวยเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด เล่นน้ำ เดินเล่น ถ่ายภาพ ชมทัศนียภาพ ใต้น้ำมีปะการังหลากหลาย น้ำใสมากๆ ฝูงปลาก็มีเยอะ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเลทุกรูปแบบทั้งพักมาพักผ่อนชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำชมปะการัง
สิ่งอำนวยความสะดวก เกาะไผ่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติบนเกาะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีลานกางเต็นท์ มีเต็นท์ของทางอุทยานกางไว้ให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการไปพักบนเกาะ
การเดินทาง
มีเรือเร็วเช่าเหมาลำ เรือโดยสาร และเรือทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับให้บริการ สำหรับเรือเช่าออกทุกท่า เรือโดยสารออกจากท่าเรือกระบี่ เรือทัวร์ออกที่ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา ( ท้ายอ่าวนาง )
ทะเลแหวก กระบี่
ทะเล แหวก หรืออีกนัยหนึ่งคือ สันทรายโผล่เพราะน้ำลด ทะเลแหวกเกิดจากสันทรายจากเกาะสามเกะคือเกาะไก่ ( เกาะใหญ่ที่เห็นในภาพ ) เกาะหม้อ และ เกาะทับ
ทั้งสามเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ มีสันฐาณติดกันเมื่อคลื่นพัดทรายมาพบกันที่จุดนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวสัน ทรายเชื่อมเกาะทั้งสามเกาะนี้ให้ถึงกัน สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง เมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้แยกออกกันเป็นสามส่วน
สันทรายจะโผล่ในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำสุด แต่ถึงแม้ว่าสันทรายจะไม่โผล่เราก็สามารถเดินเล่นได้ หาดทรายของทะเลแหวกนี้ขาวสะอาดน่าเล่นน้ำ ทุกครั้งที่น้ำท่วมสันทรายก็เหมือนเป็นการทำความสะอาดหาดทรายไปในตัว ขยะหรือเศษไม้ต่างๆ คลื่นซัดมาติดชายหาดก็จะหายไปตามคลื่นเมื่อน้ำขึ้น
ทะเลแหวก ควรมาชมในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลแหวกคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง ต้นพฤษภาคม
จุดเด่น ของการเที่ยวชมทะเลจะแหวกคือการมาชมวิว ถ่ายภาพ ควรหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาล ทะเลแหวกจะมีคนเยอะเดินกันจนแน่นไปหมด
ถ้าจะมาชมทะเลแหวกให้ประทับใจควรเลือกมาในช่วงวันหยุดธรรมดาๆ นอกจากชมวิวถ่ายภาพทะเลแหวกแล้วที่นี่ยังเป็นอีกชายหาดหนึ่งที่น่าลงเล่นน้ำ
เพราะมีแนวหาดทรายกว้าง น้ำใส ปลาเยอะ แต่ถ้าจะมาเล่นน้ำก็แนะนำให้มาในช่วงวันหยุดธรรมดา ( เสาร์-อาทิตย์ ) หากมาวันหยุดเทศกาลคนเยอะไม่สนุก
สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มี
การเดินทาง
ทะเลแหวก ไม่มีเรือโดยสาร การมาเที่ยวเกาะห้องต้องเช่าเรือมา มีทั้งเรือหางยาว และเรือ Speedboat ราคาขึ้นลงตามราคาน้ำมัน ราคาชัวร์ๆ สอบถามได้ที่ท่าเรืออ่าวนาง ประหยัดและสะดวกสำหรับคณะที่มากันเป็นหมู่คณะ
หรืออีกแบบหนึ่งคือ เที่ยวโดยซื้อแพคเก็จทัวร์ สะดวก ไม่ต้องติดต่ออะไรมาก ตอนเช้ามีรถไปรับถึงโรงแรม ตอนเย็นไปส่งกลับถึงโรงแรม หรือถ้าเดินทางมาโดยรถทัวร์
ลงรถแล้วรออยู่ที่ท่ารถ บขส. ตอน 8.00 - 8.15 น. จะมีรถไปรับถึงที่ท่ารถ คนเดียวหรือสองคนก็มาได้ รถจะวิ่งรับตามจุดไปเรื่อยๆ แล้วพามาลงเรือที่อ่าวนาง ข้อมูล
http://www.nemotour.com/
เกาะไก่ ทะเลกระบี่
เกาะ ไก่ อยู่ในทะเลกระบี่หน้าอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร อยู่ใกล้ๆ กับเกาะปอดะห่างไปทางทิศใต้เล็กน้อย เกาะไก่เป็นหนึ่งในสามเกาะที่ทำให้เกิดสันทรายที่เราเรียกว่า "ทะเลแหวก " สันหทรายด้านทิศตะวันตกที่มีสันฐานมาจากเกาะใหญ่นั่นคือเกาะไก่
ที่เรียกว่าเกาะไก่ก็เพราะว่าทางด้านปลายสุดของเกาะมีหินแหลมๆ เมื่อมองขึ้นไปแล้วคล้ายคอไก่ บ้างก็ว่าคล้ายๆ ไก่งวง จะคล้ายอะไรก็แล้วแต่คนมองจะจินตนาการไปกัน
จุดขายของเกาะไก่ก็คือหินรูปคอไก่นี่แหล่ะที่คนนิยมไปชมกัน แต่อย่าเพิ่งคิดว่า เอ... แค่หินคอไก่อันเดียวทำไมต้องมัวเสียเวลานั่งเรือไปชมกันด้วย ฟังเหตุผลแล้วจะถึงบางอ้อร้องอ๋อเข้าใจดี
เกาะไก่คือส่วนหนึ่งของทะเลแหวกอยู่ใกล้กับเกาะปอดะ เป็นทางผ่านของเรือที่พานักท่องเที่ยวไปท่องทะเลกระบี่
แล้วอีกอย่างทะเลแหวกนั้นบางครั้งมันไม่แหวก สาเหตุที่มันไม่ยอมแหวกก็เพราะน้ำยังไม่ลด ครั้นเรือท่องเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวนั่งรอก็ใช่ที่ ดังนั้นจึงต้องพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมปะการังเพื่อรอเวลาให้ทะเลแหวก จุดที่ดำน้ำใกล้ๆ ของย่านนี้มีอยู่จุดเดียวคือด้านหลังเกาะไก่ เมื่อเสร็จจากกิจกรรมดำน้ำ เรือก็ต้องวิ่งอ้อมมาทะเลแหวกซึ่งก็ต้องอ้อมหินคอไก่อันนี้แหล่ะ ดังนั้นการไปเที่ยวเกาะไก่จึงเป็นโปรแกรมตามน้ำแบบว่าผ่านๆ ไปก็ชมซะหน่อยประมาณนั้น
ปะการังบริเวณจุดดำน้ำด้านหลังเกาะไก่พอมีให้ชม แต่ไม่มากนัก อยู่กระจัดกระจายบริเวณใกล้ชายเขา พอมีให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับโลกใต้น้ำ
ข้อมูล http://www.nemotour.com/
เกาะปอดะ
เกาะ ปอดะ เกาะสวยแห่งทะเลกระบี่ เป็นเกาะเอกชนที่ยังคงความงดงาม เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวทะเลกระบี่ เกาะปอดะตั้งอยู่ในทะเลด้านหน้าอ่างนาง
อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร หากยืนอยู่ริมหาดที่อ่าวนางหรือหาดพนรัตน์ธาราแล้วมองออกไปในทะเลจะเห็นหมู่ เกาะเล็กใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบริวณใกล้ๆ กัน
เกาะใหญ่ที่สุดในนั้นคือเกาะปอดะ เกาะใกล้ๆ กันได้แก่เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่ ซึ่งเป็น 4 เกาะไฮไลท์สำหรับการท่องทะเลกระบี่
เกาะปอดะมีชายหาดล้อมรอบทั้งสามด้านยกเว้นทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นด้านที่ รับคลื่นด้านนี้เป็นหน้าผาหินสูงชัน ชาดหาดด้านหน้าเกาะหาดทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลใสถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง นักท่องเที่ยวนิยมแวะขึ้นเกาะเพื่อไปพักผ่อน เดินเล่นชาดหาดและเล่นน้ำ
ถึงแม้เกาะนี้จะเป็นเกาะเอกชนแต่เป็นเอกชนใจดีไม่เก็บค่าธรรมเนียมค่าขึ้น เกาะ ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวจึงควรช่วยกันรักษาความสะอาด
บนเกาะเป็นที่ต้องของปอดะ ไอร์แลนด์ รีสอร์ท มีที่พักไว้บริการให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจขึ้นไปพักบนเกาะ นอกจากที่พักแล้วบนเกาะยังมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว
ท่องเที่ยวชายหาด
บริเวณหาดด้านหน้ามีชายหาดเป็นแนวยาวเหมาะแก่การเล่นน้ำชาดหาด ด้านซ้ายเป็นอีกจุดที่น่าพักผ่อนเพราะเงียบสงบคนน้อย หาดด้านขวาหรือทิศเหนือของเกาะไม่เหมาะที่จะพักผ่อนเล่นน้ำเพราะเป็นจุดจอด เรือหางยาวและใกล้ทางเข้าร้านอาหารผู้คนพุกพล่านพอสมควร
กิจกรรมดำน้ำชมปะการัง
หาดด้านหน้ามีแต่พื้นทรายไม่มีแนวปะการัง หาดด้านทิศใต้เป็นแนวสันทรายไม่มีแนวปะการัง จุดดำน้ำชมปะการังของเกาะปอดะอยู่บริเวณทิศเหนือในจุดที่มีลูกลอยสีส้มล้อม ไว้
แต่เกาะปอดะเหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำซะมากกว่าที่จะมาดำน้ำชม ปะการัง เพราะปะการังในย่านนี้ไม่ค่อยมี ที่พอมีก็ไม่สวย ทะเลกระบี่เหมาะกับการมาท่องเที่ยวพักผ่อนชมวิว เล่นน้ำ
การ เดินทาง มีเรือเช่าให้บริการทั้งเรือหางยาวและเรือเร็ว Speed Boat ติดต่อเช่าและขึ้นเรือได้ที่ท่าหน้าหาดอ่าวนาง หรือจะขึ้นที่ท่าเรือในตัวเมืองกระบี่ก็ได้
ข้อมูล
http://www.nemotour.com/
ดำน้ำจังหวัดชลบุรี จังหวัด ชลบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 81 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวทะเลของครอบครัวคนกรุง และปฐมบทของนักดำน้ำลึกหลายๆคนที่ต้องมาสอบภาคสนามที่นี่

บางแสน

ชลบุรีมีเกาะหาดทรายมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นที่แสมสาร บางแสน หรือพัทยา และต่างเป็นจุดดำน้ำที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีอะไรให้ค้นหาในใต้ทะเล สีครามแห่งนี้
แสมสาร เป็นแหล่งที่นักตกปลาชื่นชอบขณะเดียวกันนักดำน้ำที่แสวงหาความตื่นเต้นก็ชอบ ที่จะไต่ระดับความลึกลงไปหาซากเรือจมที่เป็นผลจากสงครามในยุคก่อน
หินหลักเบ็ด หรือหินสันฉลาม จุดดำน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของปะการังแข็ง กัลปังหา และดอกไม้ทะเลเป็นดงกว้างที่ความลึก 20-45 ฟุต
เกาะนก แนวปะการังของเกาะนกอยู่ที่ด้านใต้ บริเวณนี้มีกัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล ปะการังเขากวาง ปะการังขนนก ฝูงปลานานาชนิดและกระเบนขนาดใหญ่
เกาะจาน เป็นจุดดำน้ำที่มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล นอกจากนี้สามารถพบหอยหลายชนิด รวมทั้งปลาดาวหลากสีสัน
หินเรือดำน้ำ อยู่ทางตะวันออกของเกาะคราม ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือราว 800 เมตร หินเรือดำน้ำวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายกับหอสะพานเดินเรือของเรือดำน้ำ แนวตะวันออก ปะการังอยู่ที่ความลึก 15-60 ฟุต ทางตะวันตกเป็นแหล่งกัลปังหาพัด ฟองน้ำ และปะการังแข็ง บางจุดมีกัลปังหารวมตัวกันหนาแน่น หากโชคดีนักดำน้ำอาจพบเต่าทะเลด้วย
เรือจมเพชรบุรีบรามัน (BREMEN) อยู่ห่างจากหินเรือดำน้ำไปทางใต้ราว 3.2 กิโลเมตร เรือจมลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 เป็นเรือบรรทุกสินค้า มีความยาว 110 เมตร ตัวเรือจมอยู่ในความลึกระหว่าง 40-80 ฟุต บริเวณตะวันออกของปลายเกาะครามด้านใต้ ตัวเรือตั้งอยู่บนพื้นทราย มีร่องรอยความเสียหายค่อนข้างมากจากเหตุระเบิดจนจมลง ดาดฟ้าเรือจะมีปะการังหลายชนิด โดยเฉพาะแส้ทะเล และปะการังพุ่มบางชนิด นอกจากนั้นยังมีปลาอีกหลายชนิด อาทิ ปลาผีเสื้อชนิดต่าง ๆ ปลาหูช้าง ปลาไหลมอร์เรย์ ฝูงปลาสาก ปลากระเบนตัวใหญ่ ซากเรือจมปัจจุบันเป็นที่อาศัยของปะการัง กัลปังหา ฝูงปลานานาชนิด ช่วงเวลาที่จะดำน้ำทะเลบริเวณนี้ คือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม
เรือสุธาทิพย์ จุดดำน้ำนี้อยู่ทางใต้ของเกาะแสมสาร นับเป็นจุดดำน้ำเรือจมที่ดีที่สุดของอ่าวไทย เรือสุธาทิพย์หรือที่รู้จักกันในหมู่นักดำน้ำต่างประเทศว่า Hardeep เป็นเรือกลไฟเหล็กที่บริษัทเดินเรือไทย จำกัด สั่งต่อขึ้นมาเพื่อใช้บรรทุกสินค้า ซากเรือจมอยู่ที่ความลึก 80-90 ฟุต ผู้ที่จะดำลงไปจึงควรมีประสบการณ์พอสมควร ภายในซากเรือนักดำน้ำจะพบเห็นปลาผีเสื้อ ปลาค้างคาว ปลาเก๋า ปลากระเบน ปลาสาก ปลากระพง แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก
พัทยา เป็นแหล่งดำน้ำลึกที่นักดำน้ำมือใหม่หลายคนต้องพิสูจน์ความกล้าในการสอบดำ น้ำในทะเลจริง ข้อควรระวังคือจุดดำน้ำบริเวณพัทยาค่อนข้างตื้น มีความลึกราว 30-50 ฟุต แต่พื้นทะเลเวิ้งว้างจนอาจทำให้นักดำน้ำสับสนหลงทิศได้ นักดำน้ำควรใช้เข็มทิศและไม่ควรไปคนเดียว ไส้กรอก เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเพราะทะเลบริเวณนี้มีเรือพลุกพล่าน
เกาะล้าน เกาะสาก เกาะครก เกาะริ้น เป็นจุดที่นอกจากจะมีแนวปะการังแล้วยังมีสัตว์น้ำและปลานานาชนิดที่น่าตื่น ตาตื่นใจ คือบริเวณถัดออกไปจากแนวปะการัง ราวห้าสิบเมตรจากฝั่ง จะมีสัตว์น้ำหลายชนิดที่หาได้ยากในบริเวณอื่นของทะเลไทย อาทิ ดอกไม้ทะเลหนวดยาว กุ้งดอกไม้ทะเล รวมถึง ปลาผีเสื้อกลางคืน ที่เกาะริ้น มีปลาใหญ่ ฟองน้ำครก และแส้ทะเลจำนวนมาก ส่วนที่เกาะล้านมีหอยเบี้ยให้ดู และอาจพบเต่าทะเลได้ด้วย
นอกจากนี้ที่เกาะสากบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กองทัพเรือได้จม "เรือหลวงกูด" ซึ่งเคยเป็นเรือที่ใช้ในการลำเลียงกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ ที่ความลึก 33 เมตร เพื่อให้เป็นอุทยานใต้ทะเล สำหรับเป็นจุดสนใจของนักดำน้ำอีกด้วย
หมู่เกาะไผ่ ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล หมู่เกาะนี้อยู่ในอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ อยู่ห่างจากฝั่งพัทยา 23 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำตกปลาที่ดีแห่งหนึ่ง กองทัพเรือได้จัดทำโครงการอุทยานใต้ทะเลเฉลิมพระเกียรติฯ โดยนำเรือหลวงครามไปตั้งเป็นอุทยานใต้ทะเลบริเวณเกาะไผ่ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำอีกแห่งหนึ่งด้วย
พัทยามีร้านดำน้ำมากมายให้เลือก สำหรับผู้ที่จะดำน้ำบริเวณแสมสาร สามารถติดต่อร้านดำน้ำจากพัทยา หรือในระยองได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ สามารถเช่าเรือได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้
การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) ทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี) ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)
รถโดยสารประจำทาง ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยไปพัทยา มีบริการตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น. รถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต มีบริการเวลา 06.30 – 18.30 น.
ขอบคุณข้อมูล
http://www.tat.or.th/
ดำน้ำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่ นักดำน้ำสามารถจะมาค้นพบความสวยงามของใต้ท้องทะเลได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีแหล่งดำน้ำที่มีความหลากหลายใต้ทะเลที่น่าสนใจมาก ที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทยทีเดียว

เกาะจาน นับเป็นแนวปะการังใหญ่และสมบูรณ์มากที่สุดของจังหวัด อยู่ตรงข้ามกับชายฝั่งหว้ากอ อยู่เลยจากอ่าวมะนาว ในอำเภอเมืองไปเล็กน้อย
หินกรูด เป็นดงปะการังบริเวณหาดบ้านกรูด ในอำเภอบางสะพาน ที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร มีฐานวงรียาวราว 650 เมตร และกว้างราว 200 เมตร เป็นแนวปะการังที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัด และเป็นแนวปะการังกลางน้ำ (Patch Reef) ที่สมบูรณ์ที่สุดและอยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด รอบ ๆ แนวหินด้านนอกเป็นปะการังตาย หิน และพื้นทราย ยิ่งเข้าไปในวงจะพบปะการังมีชีวิตมากขึ้น พร้อมกับปลาชนิดต่าง ๆ เช่น
ปลา การ์ตูนอินเดียนแดง ฉลามหูดำ กระเบนจุดฟ้า และกุ้งพยาบาลลายเส้น อีกทั้งปะการังหลากหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังก้อน การเดินทาง หาดบ้านกรูดอยู่ห่างจากอำเภอเมือง 87 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 383 ของถนนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไปราว 9 กิโลเมตร ริมหาดบ้านกรูด มีรีสอร์ทมากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเพื่อเช่าเรือได้
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ไปยังราชบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดเพชรบุรี สู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทาง 281 กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ไปหัวหิน ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบางสะพานทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง
ขอบคุณข้อมูล
http://www.tat.or.th/